ป้ายกำกับ: ประตูรีโมท

  • การดูแลรักษาประตูรีโมท

    การดูแลรักษาประตูรีโมท

    ประตูรีโมทหรือประตูไฟฟ้า เป็นการลงทุนที่ค่อนข้างแพง ดังนั้น เพื่อช่วยให้ประตูรีโมทของคุณสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานที่สุด เราขอแนะนำให้คุณทำการดูแลรักษาประตูรีโมทตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ 

    ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ ควรปิดการใช้งานประตูรีโมทจากแหล่งพลังงานไฟฟ้า เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย และได้รับบาดเจ็บ

    1. ทำความสะอาดและล้างเป็นประจำ

    คุณสามารถทำความสะอาดประตูรีโมทได้ โดยการนำน้ำอุ่นมาผสมกับสบู่ และใช้ฟองน้ำในการขัดถูคราบสิ่งสกปรกออกจากประตู เมื่อขัดเอาคราบสิ่งสกปรกออกจากประตูหมดแล้ว ให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง จากนั้นปล่อยทิ้งเอาไว้ให้แห้ง โดยเมื่อประตูแห้งสนิททั้งหมดแล้ว ให้คุณนำน้ำยาเคลือบสีมาทาทับประตูให้ทั่ว เพื่อช่วยรักษาประตูจากปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ การหลุดลอกของสีประตู อาจส่งผลทำให้เกิดสนิมขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ที่ดีว่าคุณควรทาสีประตูใหม่ ใช้วิธีการเดียวกันนี้ในการทำความสะอาดประตูรีโมท ทั้งนี้ คุณควรใส่ใจกับสิ่งสกปรกและเศษขยะที่อาจอุดตันแบริ่งและกลไกอื่น ๆ ของประตูรีโมทด้วย เนื่องจากสิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อการใช้งานประตูรีโมทได้ หากไม่จัดการให้ดีและเหมาะสม

    1. ตรวจสอบจุดยึดของประตู

    เมื่อเวลาผ่านไป จุดยึดต่าง ๆ อาจเกิดการสึกหรือหลวมได้ ดังนั้น คุณควรตรวจสอบจุดยึดของประตูรีโมทในทุก ๆ สองเดือน รวมไปถึงบานพับ สปริง จุดหมุน และลูกกลิ้งในระบบประตู บางครั้งอะไหล่เหล่านี้ อาจไม่จำเป็นที่จะต้องทำการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่เลยด้วยซ้ำ เพียงแค่คุณขันอะไหล่เหล่านี้ให้แน่นมากขึ้น คุณก็สามารถใช้งานประตูรีโมทได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเดิมแล้ว แต่ทั้งนี้หากคุณไม่แน่ใจว่าควรทำการซ่อมแซม หรือ ควรทำการเปลี่ยนอะไหล่ใหม่หรือไม่ เราขอแนะนำให้คุณขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจจะสร้างความเสียหายให้กับระบบของประตูรีโมท และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดอันตรายขึ้นกับตัวของคุณและคนที่คุณรัก

    1. ทำการหล่อลื่นอะไหล่ต่าง ๆ 

    หากบ้านคุณใช้งานประตูรีโมทแบบรางและโซ่แบบไฟฟ้า คุณควรทำการหล่อลื่นรางและโซ่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าอะไหล่ต่าง ๆ นั้นจะสามารถวิ่งไปตามรางได้อย่างราบรื่น เนื่องจากสิ่งสกปรกต่าง ๆ อาจอุดตันราง และทำให้น้ำมันหล่อลื่นติดขัด ดังนั้น เราขอแนะนำให้คุณทำความสะอาดอะไหล่ที่ต้องเคลื่อนไหวทั้งหมดก่อนด้วยแปรงขนแข็ง จากนั้นเช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ที่มีเมทิลเลตก่อนใช้น้ำมันหล่อลื่น ตัวบ่งชี้ว่าประตูรีโมทของคุณจำเป็นที่จะต้องได้รับการหล่อลื่น นั่นก็คือ การเกิดเสียงแหลมหรือมีเสียงดัง เมื่อเปิดหรือปิดประตูรีโมท ทั้งนี้ คุณสามารถฉีด WD40 หรือน้ำมันหล่อลื่นอื่น ๆ ไปตามรางนำทางแทนได้เช่นกัน

    1. ติดตั้งหลอดไฟ

    คุณควรติดตั้งหลอดไฟสักดวงบนเซ็นเซอร์ของประตูรีโมท ซึ่งมันจะคอยทำหน้าที่เป็นไฟในการแจ้งเตือนคุณทุกครั้ง ในขณะที่คุณทำการใช้งานประตูรีโมท เป็นการลดความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ ในขณะที่กลไกกำลังทำงาน และช่วยให้มั่นใจได้ว่าไม่มีสิ่งใดขวางทางการทำงานของประตูรีโมท

    1. เซ็นเซอร์ประตูรีโมท

    ไม่ใช่ว่าประตูรีโมททุกบานจะมีเซ็นเซอร์ติดตั้งมาให้อยู่แล้ว การที่คุณติดตั้งเซ็นเซอร์ไว้ที่ประตูรีโมทจะช่วยยืดอายุประตูรีโมทของคุณได้ เนื่องจากจุดประสงค์ของเซ็นเซอร์คือ การตรวจจับว่ามีวัตถุมาขวางประตูหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ประตูรีโมทจะไม่ปิด หากมีสิ่งกีดขวางเส้นทาง ทั้งนี้ หากประตูรีโมทของคุณไม่ทำงาน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีวัตถุกีดขวางประตู ให้สันนิษฐานเอาไว้เลยว่า อาจเป็นเพราะเซ็นเซอร์อยู่ในจุดที่ไม่ตรงกับบริเวณที่ใช้ในการดักจับวัตถุกีดขวาง โดยอาจเกิดขึ้นได้จากการถูกสิ่งของหรือวัตถุอื่น ๆ มากระแทก

    1. การตรวจสอบทั่วไป

    เราขอแนะนำให้คุณทำการตรวจสอบอุปกรณ์ทุกส่วนของประตูรีโมทในทุก ๆ สองเดือน เพื่อเป็นการตรวจสอบระบบด้านความปลอดภัย หากประตูรีโมทของคุณมีเสียงดังหรือเปิดยาก นี่อาจเป็นสัญญาณของปัญหา ซึ่งควรตรวจสอบโดยเร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาอื่น ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา ความเสียหายหรือข้อบกพร่องของระบบของประตูรีโมท อาจทำให้คุณสูญเสียทรัพย์สินไปโดยใช่เหตุ ดังนั้น คุณจึงควรที่จะตรวจสอบสภาพ และมองหาสัญญาณของความผิดปกติเกี่ยวกับกลไกต่าง ๆ ของประตูรีโมท ทั้งนี้ หากคุณไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังสงสัยนั้นเป็นความผิดปกติในการทำงานของประตูรีโมทหรือไม่ ควรติดต่อผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำปรึกษาและบริการในการตรวจสอบอย่างมืออาชีพ

    1. บริการและบำรุงรักษาประตูรีโมทประจำปี

    อย่าประมาทเกี่ยวกับการให้ความสำคัญของการบริการและบำรุงรักษาระบบประตูรีโมทอย่างสม่ำเสมอ การมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบของประตูรีโมทอย่างสม่ำเสมอนั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งในการยืดอายุการใช้งานของประตูรีโมทให้ยาวนานมากขึ้น วิศวกรจะสามารถให้การตรวจสอบอย่างมืออาชีพ ช่วยในการวินิจฉัยชิ้นส่วนที่อาจทำงานอย่างผิดปกติ ซึ่งอาจพัฒนาไปเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่า และทำให้ค่าซ่อมแพงขึ้นตามมา

    1. ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง

    ทั้งนี้ การดูแลรักษาประตูรีโมทควรดำเนินการอย่างระมัดระวัง การวางวัตถุไว้ขวางทางขณะปิดจะทำให้มอเตอร์และกลไกเสียหาย การใช้งานประตูอย่างไม่ถูกต้อง เช่น การเปิดและปิดประตูก่อนจะครบวงจรการทำงาน อาจทำให้เกิดการทำงานผิดปกติได้เช่นกัน การเก็บรีโมทของประตูไว้ในที่ที่ไม่ปลอดภัย อีกทั้งความเสียหายที่เกิดกับรีโมทนั้นก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงเช่นกัน เนื่องจากต้องตั้งโปรแกรมไว้เป็นพิเศษ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ถูกขโมยไปได้โดยง่าย ดังนั้น ควรเก็บรีโมทควบคุมประตูไว้ในพื้นที่ที่ปลอดภัย

    1. รีบทำการซ่อมแซม หากเกิดความเสียหาย

    หากประตูรีโมทของคุณเกิดความเสียหาย เราขอแนะนำให้คุณรีบทำการซ่อมแซมโดยเร็วที่สุด ปัญหาที่ดูเหมือนเล็กน้อยนี้ อาจจะเลวร้ายลงเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้ความปลอดภัยในสถานที่อย่างบ้านของคุณนั้นเสี่ยงต่อการเกิดการโจรกรรม นอกจากนี้ ยังทำให้ระบบของประตูไม่ปลอดภัย และเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสำหรับผู้ที่อยู่ในบริเวณบ้าน อย่างไรก็ตาม เราขอแนะนำให้คุณตรวจสอบแหล่งที่มาของปัญหาโดยสังเขปก่อนที่จะทำการติดต่อบริการจากผู้เชี่ยวชาญ

    บริการติดตั้ง ซ่อม ประตูรีโมท มอเตอร์ประตู บริการถึงบ้านภายใน 1 ชม. ทั่วกทมและปริมณฑล
    ประกันงาน ซ่อม 3 เดือน งานติดตั้ง 1 ปี
    โดยบริษัทที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี
    ประตูรีโมทมีปัญหา Pa2remote.com ยินดีให้คำปรึกษาฟรีโดยช่างที่มีคุณภาพ

    โทร : 0952062066
    Line : @patwo
    Email : pa2remote@hotmail.com

  • ประตูรีโมท

    ติดตั้ง ซ่อม
    ประตูรีโมท
    ประตูรีโมทบานเลื่อน
    ประตูรีโมทไฟฟ้า
    ประตูรีโมทรั้วบ้าน
    ประตูรีโมทบานเลื่อนซ้อน

    บริการติดตั้ง ซ่อม ประตูรีโมท มอเตอร์ประตู บริการถึงบ้านภายใน 1 ชม. ทั่วกทมและปริมณฑล
    ประกันงาน ซ่อม 3 เดือน งานติดตั้ง 1 ปี
    โดยบริษัทที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี
    ประตูรีโมทมีปัญหา Pa2remote.com ยินดีให้คำปรึกษาฟรีโดยช่างที่มีคุณภาพ



    โทร : 0952062066
    Line : @patwo
    Email : pa2remote@hotmail.com

  • ต้องรู้ก่อนติดตั้ง .. “ประตูรีโมท” !! 

    ต้องรู้ก่อนติดตั้ง .. “ประตูรีโมท” !! 

    นอกจากการพิจารณาปัจจัยความสำคัญของตัวมอเตอร์แล้วนั้น การเตรียมตัวก่อนการติดตั้งนั้นเป็นพื้นฐานอย่างหนึ่งที่ต้องใส่ใจก่อนการติดตั้ง

    เพราะ “การติดตั้งมอเตอร์ประตูรีโมท” มีความสำคัญอย่างมาก

    เพราะส่งผลในด้านการใช้งานและด้านความปลอดภัย ซึ่งแนะนำให้เลือกช่างหรือผู้ที่มีความรู้ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เพื่อการเลือกมอเตอร์และการติดตั้งมอเตอร์อย่างผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญ ซึ่งการติดตั้งมอเตอร์แก่ประตูนั้นสามารถทำได้ 2 แบบด้วยกัน ทั้งแบบต่อกับปลั๊กและต่อกับตู้โดยตรง โดยควรปรึกษาเพื่อขอคำแนะนำในการติดตั้งให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน

    เตรียมตัว .. ก่อนการติดตั้งประตูรีโมท

    1. ตรวจสอบลูกล้อประตูเพื่อความแน่ใจว่า ไม่ฝืด เพราะหากเกิดอาการฝืดของลูกล้ออาจจะมีสาเหตุมาจากตลับลูกปืนของลูกล้อแตกหรือเกิดสนิมขึ้นนั่นเอง ถ้ามีอาการข้างต้น ควรเปลี่ยนลูกล้อใหม่ แนะนำให้ใช้  ลูกล้อสแตนเลส (Stainless Steel Caster) เพราะมีความแข็งแรงและทนทานมากกว่าลูกล้อชนิดอื่นๆ เช่นลูกล้อที่ทำจากเหล็ก เนื่องจากเป็นสนิมง่าย
    2. ตรวจสอบ เพลารางประตู ว่าไม่ทรุด ไม่คด เพราะจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกล้อประตูนั้นเกิดการสะดุดขณะวิ่งบนรางได้ หากเพลาประตูนั้นมีลักษณะที่ไม่สมบูรณ์ คด งอ และโทรม นั้นไม่ควรใช้งาน จำเป็นต้องเปลี่ยนหรือปรับปรุงก่อนการติดตั้ง ประตูรีโมท
    3. ตรวจสอบ ลูกล้อค้ำประคองของประตูว่าทำงานปกติหรือไม่ ลูกปืนแตกหรือไม่ เวลาเปิด-ปิดประตูนั้นมีเสียงดังหรือไม่
    4. ตรวจสอบว่า เพรารางประตู จมดินหรือไม่และมีเศษหิน ทราย ซึ่งเป็นสาเหตุให้ลูกล้อประตูนั้นไม่สัมผัสกับเพลาประตูอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้การวิ่งของประตูนั้นฝืด ไม่นิมนวล ต้องออกแรงมากกว่าปกติในการเปิด-ปิดประตู
    5. ตรวจสอบ ตำแหน่งที่ต้องการติดตั้งมอเตอร์ประตูรีโมท มีพื้นที่เพียงพอหรือไม่สำหรับการวางมอเตอร์ ซึ่งการติดตั้งประตูรีโมทจะต้องวางมอเตอร์ในตำแหน่งที่หลบไปที่ด้านของประตูจะเลื่อนไปเก็บในขณะที่เปิดประตูนั่นเอง ตัวมอเตอร์จอต้องไม่โผล่ออกมาทางที่รถจะเข้า-ออก ต้องพิจารณาให้แน่ใจว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องพื้นที่การติดตั้งประตูรีโมท ถ้าหากมีปัญหาในตำแหน่งของการติดตั้ง จำเป็นต้องมีการปรับปรุงพื้นที่ก่อนการติดตั้งเช่น กำจัดสิ่งกีดขวางออกให้มีพื้นที่เพียงพอต่อการติดตั้งมอเตอร์ หรือเสริมหางปลาประตู

  • หายสงสัย !! ค่าไฟฟ้าสำหรับประตูรีโมท

    หลายท่านคงสงสัยว่าการติดตั้งมอเตอร์ประตูรีโมทนั้น ต้องเสียค่าไฟฟ้าต่อเดือนเท่าไหร่ ? ซึ่งการคำนวณค่าไฟฟ้าสำหรับประตูรีโมทนั้นง่ายนิดเดียว 

    โดยมีสูตรการคำนวณค่าไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงดังนี้

    ยกตัวอย่าง 

    ติดตั้งประตูรีโมทบานเลื่อนขนาดกำลังขับของมอเตอร์ 450 W จำนวน 1 ชุดที่ ประตูรั้วหน้าบ้านขนาดความกว้าง 5 เมตร และมีการเปิด-ปิด จำนวน 20 ครั้งต่อวัน

    การคำนวณเป็นดังนี้

    • วัตต์ของมอเตอร์ = 450
    • จำนวนของมอเตอร์ = 1

    จำนวนชั่วโมงที่ใช้งาน = มอเตอร์ความเร็ว 12 เมตรต่อนาที เปิดประตูสุด 1 ครั้งใช้เวลา 25 วินาที ปิด 1 ครั้ง ใช้เวลา 25 วินาที ดั้งนั้นการเปิด-ปิดจำนวน 20 ครั้งต่อวัน ใช้เวลา = 50 วินาที x 20 ครั้ง = 1000 วินาที หรือ 16 นาที หรือคิดเป็น 0.27 ชั่วโมง

    ดังนั้นแทนค่าสูตรได้ดังนี้ 

    450 X 1 / 1000 x 0.27 = 0.12 หน่วย 1 เดือน คิดได้เป็น 30 x 0.12 = 3.6 หน่วย

    ดังนั้น 

    ถ้าค่าไฟฟ้าหน่วยละ 4 บาท 1 เดือนต้องเสียค่าไฟฟ้า 4×3.6 =  14.4 บาท

  • สรุปมอเตอร์แบบไหนดีกว่า !!  AC หรือ DC !?

    มอเตอร์ไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ที่มีหลักการทำงานเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล ซึ่งการตัดสินใจจะเลือก “มอเตอร์ของประตูโมท” มีหลายปัจจัยที่ต้องให้พิจารณา โดยมีปัจจัยที่สำคัญคือ การใช้งานอย่างต่อเนื่อง ความทนทาน การรับประกัน และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนั่นเอง ซึ่งเจ้าตัวมอเตอร์นั้นมีสองแบบให้ได้ตัดสินใจด้วยกันก็คือ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC และ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ DC 

    ความแตกต่างของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC และ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ DC 

    1. แหล่งพลังงาน

    ความแตกต่างของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC และ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ DC ที่ชัดเจนมากที่สุดคือ แหล่งพลังงานของมอเตอร์ไฟฟ้านั่นเอง มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC จะมีแหล่งกำเนิดพลังงานไฟฟ้าจาก ไฟฟ้ากระแสสลับ และ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ DC จะมีแหล่งกำเนิดพลังงานไฟฟ้าจาก ไฟฟ้ากระแสตรง ซึ่งส่งผลให้ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ DC มีความซับซ้อนภายในมากกว่า มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC เนื่องจากต้องคอยอาศัยอุปกรณ์ต่างในการแปลงไฟฟ้ากระแสสลับให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง จึงทำให้มีอุปกรณ์ภายในมากกว่า มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC

    1. โครงสร้าง

    มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ DC นั้นจะมีโครงสร้างของอุปกรณ์โดยอาศัยหลักการทำงานของ Brushers หรือ แปรงถ่าน เพื่อการนำกระแสเข้าสู่ตัวแกนของมอเตอร์ เมื่อมีอายุการใช้งานที่มากขึ้นจะทำให้เกิดการสึกหรอได้ แต่ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC ไม่จำเป็นต้องใช้ ซึ่งทำให้ตัวมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ DC นั้นจำเป็นต้องดูแลรักษามากกว่า และยังต้องคอยเปลี่ยนแปรงถ่านทุก 2-3 ปี อีกทั้งยังมีความซับซ้อนของวงจรหลักมากกว่า มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC อีกด้วย แน่นอนว่าเป็นการส่งผลต่อการซ่อมในระยะยาว

    1. ความเร็ว

    ระบบการควบคุมความเร็วของมอเตอร์จะมีความแตกต่างกัน เนื่องจาก มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC ควบคุมความเร็วโดยระบบ Frequency (ระบบความถี่) แต่มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ DC จะควบคุมโดยใช้ระบบ Pulse (ระบบสัญญาณ) จึงทำให้การควบคุมสามารถควบคุมได้ง่ายกว่า ทั้งการเพิ่มความเร็ว และการชะลอความเร็วนั้นทำได้ดีกว่า เนื่องจากการตอบสนองของระบบ Pulse นั้นไวกว่า ระบบ Frequency ความนุ่มนวลของ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ DC จึงมีมากกว่า 

    1. ความเหมาะสม

    เนื่องจากประตูแต่ละแบบนั้นมีขนาดและน้ำหนักไม่เท่ากัน ความเหมาะสมของขนาดและน้ำหนักของประตู จึงเป็นปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วย เช่น มอเตอร์ที่เหมาะกับ ประตูที่มีความกว้างไม่เกิน 8 เมตรหรือน้ำหนักไม่เกิน 2,000 kg. ควรเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ DC เพราะให้แรงบิดน้อยกว่ามอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ DC จะเหมาะกับน้ำหนักประตูที่เบา-กลางเท่านั้น แต่ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC จะใช้ได้กับประตูทุกๆขนาด

    1. ความถี่ในการใช้งาน

    ลักษณะการใช้งานสำหรับการเปิด-ปิดที่บ่อยครั้ง เช่นทางเข้าหลักหรือทางเข้าของโครงการหมู่บ้าน ที่ต้องมีการเปิด-ปิดบ่อยครั้ง จึงทำให้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC ทำได้ดีกว่ามอเตอร์ไฟฟ้าแบบ DC เพราะไม่เกิดความร้อนสะสมในขณะทำงาน ทำให้ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง การใช้งานตัวมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ DC อย่างต่อเนื่องนั้นทำให้เกิดความร้อนสะสมที่ขดลวดในมอเตอร์ เมื่อมีอุณหภูมิที่ร้อนมากจนถึงขีดจำกัดของจุดตัด มอเตอร์ก็จะไม่สามารถทำงานได้ต้องรอให้อุณหภูมินั้นต่ำลงจึงจะสามารถใช้งานต่อได้

    1. ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

    มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ DC จะมีการติดตั้งแบตเตอรี่สำรองไว้ภายในสินค้า ซึ่งทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแบตเตอรี่ทุก 1-2 ปีและถ้าหากมีน้ำหนักประตูที่มาก ก็จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ที่ใหญ่มากยิ่งขึ้น และปัญหาที่พบบ่อยคือ แบตเสื่อม และทำให้ไม่สามารถเปิดประตูได้

    มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC และ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ DC มีความต่างกันไม่ว่าจะเป็นแหล่งกำเนิดพลังงาน ความเร็ว ความนิ่มนวลของการทำงาน โครงสร้างของมอเตอร์ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ DC นั้นจะมีความซับซ้อนกว่ามากทั้งในด้าน Hardware และ Software ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการตัดสินใจ ที่ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในด้านการใช้งานว่าความต้องและความต้องการของการใช้งานเป็นอย่างไร 

  • ทำไมถึงต้องใช้ ประตูรีโมท ?

    ทำไมถึงต้องใช้ ประตูรีโมท ?

    ‘ประตูรีโมท’ ประตูอัตโนมัติรูปแบบหนึ่งที่ใช้มอเตอร์ในการขับเคลื่อน มีหลักพื้นฐานคือการเปิด-ปิดประตู ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ผู้ใช้งาน ในปัจจุบันนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เพราะทำให้การผ่านเข้าและออกนั้นเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ควบคุมด้วยรีโมท ใช้งานได้ทุกสถานที่ ประตูบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ประตูร้านค้า ประตูสำนักงาน ประตูอาคารต่างๆ 

    • สะดวก

    ไม่ต้องออกแรงเปิด-ปิดประตูด้วยตนเอง อีกทั้งยังสามารถล็อคและปลดล็อคประตูได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจไข

    • สบาย

    กรณีมีแขกมาบ้าน ไม่จำเป็นต้องออกไปเปิด-ปิดให้ยุ่งยาก เพียงควบคุมการเปิด-ปิดด้วยรีโมท

    • ปลอดภัย

    ลดความเสี่ยงในการเกิดอันตรายได้ ไม่ต้องลงไปเปิด-ปิดประตูเอง เพราะสามารถควบคุมประตูได้ด้วยรีโมท

    • ทันสมัย

    เป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ซึ่ง ประตูรีโมทถูกผลิตและคิดค้นครั้งแรกในปี ค.ศ.1881 และถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง มีอุปกรณ์เสริมอืื่นๆมากมายในการติดตั้งให้แก่ประตูรีโมท 

    โดยการสั่งเปิด-ปิดประตูรีโมทนั้น จะมีหลักการทำงานคือ รีโมทจะส่งคลื่นสัญญาณไปยังชุดรับสัญญาณที่มอเตอร์ จากนั้นเมื่อชุดสัญญาณที่มอเตอร์ได้รับสัญญาณ จะมีการส่งต่อสัญญาณไปยังไฟไซเรน และระบบจะดำเนินการเปิด-ปิดประตูต่อไป

    ซึ่งมอเตอร์สำหรับการติดตั้งประตูรีโมทนั้นมี 2 ประเภทด้วยกันคือ มอเตอร์ AC และ มอเตอร์ DC โดยมอเตอร์แบบ AC จะเป็นมอเตอร์ที่ใช้แรงดันไฟฟ้า 220 Volt ในขณะที่ มอเตอร์แบบ DC มีแรงดันไฟฟ้าเพียง 18 Volt โดยการทำงานมอเตอร์แบบ AC จะส่งผ่านแผนวงจรอิเล็กทรอนิคโดยตรง เป็นระบบการทำงานที่เรียกว่า ‘รีเลย์’ ซึ่งจะส่งผ่านค่าไปที่ตัวมอเตอร์โดยตรง และมีแรงดันไฟฟ้าสูง เหมาะกับประตูขนาดใหญ่ซึ่งมอเตอร์ AC และ มอเตอร์ DC จะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป 

  • ประตูรีโมท มีกี่ประเภท ? และควรเป็นประตูแบบไหน ?

    ประตูรีโมท มีกี่ประเภท ? และควรเป็นประตูแบบไหน ?

    ประตูรีโมท นั้นได้มีการคิดค้นและพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1881 โดย Fred W. Watson ชาวแคนาดา ซึ่งเขาได้คิดค้นมาเพื่อใช้สำหรับ ระบบงานรางรถไฟ ซึ่งในปี ค.ศ.1884 นั้น หนังสือพิมพ์ของอเมริกันก็ได้ลงข่าวว่า รถไฟของฝรั่งเศสนั้นกำลังจะเปิดตัว “ประตูรีโมทไฟฟ้า” เพื่อใช้กับ รางรถไฟ ซึ่งในปัจจุบันเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่ออำนวยความสะดวกในการผ่านเข้าและออกได้อย่างง่ายดาย เพราะการควบคุมประตูด้วยรีโมทนั้นไม่จำเป็นต้องไขกุญแจ นอกเหนือจากการทุ่นแรงของการเปิด-ปิดประตูแล้ว แม้ในฤดูฝนก็ไม่ต้องเปียกฝนเพราะการเปิด-ปิดประตูอีกต่อไป และที่สำคัญคือความปลอดภัยต่อการโจรกรรมมากยิ่งขึ้น 

    ใช้งานได้ทุกสถานที่ ประตูบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ประตูร้านค้า ประตูสำนักงาน ประตูอาคารต่างๆ โดยประตูรีโมทนั้นแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

    • ประตูรีโมทบานเลื่อน
    • ประตูรีโมทบานสวิง
    • ประตูรีโมทบานม้วน
    • ประตูรีโมทโรงรถ

    ประตูรีโมทบานเลื่อน จะอาศัยการหมุนของมอเตอร์ โดยอาศัยสะพานเฟืองในการขับเคลื่อนประตู ซึ่งใช้หลักการจากการหมุนของมอเตอร์เป็นแรงขับ จะเป็นลักษณะการเปิด-ปิด แบบเลื่อน โดยตัวประตูนั้นจะวิ่งอยู่บนล้อ วิ่งไปตามรางเหล็กที่วางติดกับพื้นนั่นเอง อีกทั้งยังสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยได้อีกด้วย เช่น เซ็นเซอร์ป้องกันประตูหนีบสิ่งกีดขวางหรือสัญญาณไฟเพื่อแสดงการทำงานของมอเตอร์เพื่อเพิ่มความระมัดระวังให้แก่ผู้ใช้งาน ที่นิยมใช้ส่วนมากจะใช้ในประตูหน้าบ้านที่มีบริเวณความกว้าง และเหมาะสมที่จะสามารถเก็บประตูทั้งบานได้ ซึ่งประตูรีโมทประเภทนี้มีราคาและการติดตั้งที่ค่อนข้างถูกกว่าและง่ายกว่าประตูรีโมทประเภทอื่นๆ อีกทั้งยังดูแลรักษาง่าย อายุการใช้งานนั้นสามารถใช้งานได้มากกว่า 10 ปีอีกด้วย

    ประตูรีโมทบานสวิง จะเป็นลักษณะบานประตูสองบาน ซึ่งเปิดและปิดในรูปแบบของบานสวิง ซึ่งบานประตูจะถูกยึดติดกับหัวเสาของทั้งสองด้าน ใช้หลักการทำงานโดยการดึง คืออาศัยแรงดึงของมอเตอร์ นิยมใช้สำหรับประตูหน้าบ้านที่มีพื้นที่ไม่กว้าง แต่มีความลึกเพียงพอต่อการเก็บบานประตูโดยไม่กีดขวางการผ่านเข้าหรือออก ซึ่งประตูรีโมทบานสวิงนั้นแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ

    • Arm Type (แบบแขน)
    • Underground Type (แบบฝังพื้น)

    ซึ่งจุดเด่นของประตูรีโมทประเภทนี้คือ ความสวยงาม และให้ความหรูหรา แต่ราคาและการติดตั้งนั้นจะ มีราคาสูงและซับซ้อนกว่าประตูรีโมทบานเลื่อน และสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมได้เช่นเดียวกัน แต่เงื่อนไขการติดจะแตกต่างออกไป เช่น การติดตั้งอุปกรณ์เซ็นเซอร์ป้องกันนั้นจำเป็นจะต้องติดอย่างน้อยสองจุดด้วยกัน โดยมีตำแหน่งการติดตั้งที่ จุดกลางเสาของประตูและจุดปลายประตูที่ประตูเปิดสุด เพื่อป้องกันการเกิดประตูหนีบในขณะที่ยังมีรถอยู่ในบริเวณนั้น หรือมีสิ่งกีดขวางอยู่นั่นเอง 

    ประตูรีโมทบานม้วน มีระบบการทำงานโดยใช้การหมุนของมอเตอร์ โดยบานประตูบานม้วนจะพันกับแกนเพลาของตัวมอเตอร์ ประตูรีโมทบานม้วนนั้นก็สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมได้ เช่น การติดตั้งอุปกรณ์เซ็นเซอร์ป้องกันการหนีบของประตู ติดตั้งปุ่มหยุดการทำงานฉุกเฉิน ซึ่งประตูเหล็กม้วนนั้นมีระบบ ‘รอกโซ่’ ในตัวมอเตอร์ทำให้สามารถควบคุมด้วยตนเองได้แม้ในกรณีที่ไฟฟ้าขัดข้อง

    ประตูรีโมทโรงรถ เป็นประตูที่นิยมใช้มากที่สุดในต่างประเทศ ซึ่งในประเทศไทยนิยมติดตั้งเพื่อเป็นโรงรถสำหรับ Super Car ประตูประเภทนี้จะมีความเร็วในการเปิด-ปิดสูงกว่าประตูประเภทอื่นๆ อีกทั้งยังสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมได้ ที่นิยมติดตั้งกันคือ การติดตั้งสัญญาณไฟเพื่อแสดงสถานะการทำงานของประตู ติดตั้งอุปกร์เซ็นเซอร์ป้องกันประตูหนีบ เป็นที่นิยมสำหรับผู้ต้องการความสวยงามและเรียบหรู

    ประเภทของประตูสำหรับการติดตั้งมอเตอร์

    ประตูเหล็ก

    ประตูเหล็กจะเป็นประตูที่เหมาะสมแก่การติดตั้งมอเตอร์มากที่สุด แต่ถ้าหากมีความยาวมากจะมีโอกาสโก่งตัวมาก ซึ่งมอเตอร์ที่ต้องใช้จึงจะต้องเป็นมอเตอร์ที่ตัวใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจมีโอกาสที่การทำงานของประตูรีโมทจะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้

    ประตูไม้

    เนื่องจากประตูที่ทำด้วยไม้ เวลาที่ฝนตกนั้นจะทำให้ประตูมีน้ำหนักมากขึ้นถึง 30% จึงไม่แนะนำให้ใช้ประตูไม้สำหรับการติดตั้งมอเตอร์ 

    ประตูบานเล็ก

    ประตูบานเล็ก ที่เป็นประตูสำหรับให้คนเดินผ่านเข้า-ออก ในประตูบานใหญ่ ไม่ควรติดตั้งมอเตอร์ เนื่องจาก หากในกรณีที่ปิดประตูบานเล็กไม่สนิทนั้นจะส่งผลให้เกิดการงัดกันของประตู ซึ่งส่งผลต่อระบบอย่างแน่นอน

    และในกรณีพื้นที่มีโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมควรทำประตูให้มีกระดูกงูที่กลางบานประตู เพื่อยกระดับมอเตอร์ให้อยู่ในพื้นที่สูงขึ้น